“Friendship เพื่อนรัก...รักเพื่อน” ตอนที่ 4

Last updated: May 28, 2016  |  1527 Views  |  Blog

“Friendship เพื่อนรัก...รักเพื่อน” ตอนที่ 4

เมื่อใดที่ก้าวล้ำเส้นของคำว่า “เพื่อน” ไปแล้ว มีทางเลือกสองทางคือ เปลี่ยนเพื่อนให้กลายเป็น “คนรัก” หรือไม่ก็ยอมเสีย “เพื่อนรัก” เพราะความสัมพันธ์จะไม่มีวันเหมือนเดิม



 ระหว่างฉันกับพี่ซัน คล้ายกับจะเป็นแบบนั้น เพราะหลังจากที่เราทะเลาะกันอย่างเงียบๆ พี่ซันก็กลับมาเป็นคนเดิม คุยด้วย เล่นด้วย แต่กลับเต็มไปด้วยระยะห่าง เขาวางตัว ไม่ต่างจากเวลาที่คุยกับเพื่อนคนอื่นในกลุ่ม ฉันเองก็คร้านที่จะอธิบายอะไร เพราะกำลังยุ่งกับการเคลียร์งาน เป็นข่าวดีท่ามกลางปัญหาหัวใจที่ยังหน่วงๆ อยู่ เพราะฉันได้งานในบริษัทใหม่ ที่ตำแหน่งและเงินเดือนดีกว่าเดิม พี่อายบ่นเล็กน้อย เพราะปกติทำงานที่เดียวกัน ทานข้าวด้วยกันตลอด แต่ก็อดดีใจกับความสำเร็จอีกก้าวของฉันไม่ได้ พวกเราจึงนัดกันไปสังสรรค์ในห้องคาราโอเกะที่ค่อนข้างมีระดับแห่งหนึ่ง งานนี้ลูกปัดเป็นแขกรับเชิญตามเคย แต่ฉันไม่อยากคิดอะไรแล้ว เรียกว่า พอทำใจได้ ถ้าเขากับพี่ซันจะถูกใจกันจริงๆ




ช่วงแรก ทุกคนก็คุยกัน แย่งกันร้องสนุกสนานดี จนกระทั่งพี่เป้ เสนอเปลี่ยนกติกาว่า ให้เลือกเพลงแล้วคนอื่นร้อง ใครร้องแล้วคะแนนน้อยที่สุด (เครื่องคาราโอเกะมีประมวลคะแนนให้เสร็จสรรพหลังร้องเพลงจบ) คนนั้นแพ้ ต้องจ่ายค่าคาราโอเกะของวันนี้ และลูกปัดนึกสนุกอะไรไม่รู้ ยื่นไมค์ให้ฉันและพี่ซันร้องเพลงคู่ ซึ่งเพลงที่เด็กคนนั้นเลือกคือ “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ” ของไอซ์ ศรัณยู แน่นอนว่าฉันร้องเป็น แต่คู่ของฉันกลับนั่งเงียบ ถือไมค์เอาไว้แต่ไม่ยอมร้องเพลงด้วย พวกพี่อายกับพี่เป้ยังเห็นเป็นเรื่องสนุก คิดว่าพี่ซันร้องไม่เป็นก็ยิ่งให้ร้อง จนสุดท้ายพี่ซันที่ตอนแรกดูสนุกกับเกมก็ลุกขึ้นแล้วกดเปลี่ยนเพลงทันที แต่เนื่องจากยังไม่มีคิวเพลงต่อไป ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ



ลูกปัดหน้าจ๋อยไปสนิทจนน่าสงสาร เพราะพี่ซันไม่ได้ดุ แต่มองด้วยสายตาที่รู้เลยว่า ไม่พอใจ และคนแรกที่พยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้นทั้งที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกคือพี่อาย โดยพี่อายแกล้งขอโทษแทนลูกปัด ที่เลือกเพลงนี้ให้ร้องกับฉัน เพราะพี่ซันคงอยากร้องกับลูกปัดมากกว่า คราวนี้พี่ซันนิ่งไปครู่ใหญ่ ความโกรธเปลี่ยนเป็นงุนงง ก่อนจะหันมาถามพี่อายว่า “พี่อาย...อย่าบอกนะว่าพี่คิดว่าผมชอบลูกปัด” พี่อายพยักหน้า จู่ๆ ทั้งพี่ซันและลูกปัดก็ร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน ก่อนที่พี่ซันจะหันกลับมามองฉันแล้วพูดตรงๆ




“หนูก็คิดแบบนั้นใช่ไหม นี่ใช่ไหม ที่ทำให้ระหว่างเรากลายเป็นแบบนี้”




และคนที่เฉลยทุกอย่างก็คือลูกปัด เด็กที่ฉันเคยรู้สึกไม่ชอบ โดยลูกปัดอธิบายว่า เธอไม่ได้ชอบใครทั้งนั้นในกลุ่มเรา แต่เพราะพี่ซันเป็นทนาย และเธอรู้ว่าพี่ซันเคยช่วยฉันในคดีเกี่ยวกับมรดกของทางบ้าน จึงต้องการคำปรึกษา สองคนจึงสนิทกัน ยิ่งไปกว่านั้น ลูกปัดรู้อยู่แล้วว่าพี่ซันชอบใคร และคนที่พี่ซันชอบก็คือ....



ฉันแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง พี่อายกับพี่เป้ก็เพิ่งถึงบางอ้อว่าเข้าใจกันผิดมาตลอด โดยเฉพาะพี่อายที่เกือบทำเสียเรื่องเพราะสรุปเอง แถมมีการบอกต่อโดยไม่ได้ถามความจริงจากเจ้าตัวก่อน คนที่พี่ซันชอบ จนถึงขั้นไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง แล้วเพื่อนเข้าใจผิดกระทั่งมาแซวลูกปัด แท้จริงก็คือ....ฉัน




“พี่ว่าพี่แสดงออกชัดเจนมากนะ ทำไมหนูมองไม่ออก แล้วตกลงหนูคิดยังไง”




คงไม่ต้องเดานะคะ ว่าฉันจะตอบคำถามนี้ว่ายังไง เพราะหลังจากนั้น ห้องคาราโอเกะที่บรรยากาศสุดอึมครึมก็เปลี่ยนเป็นห้องคาราโอเกะสีชมพูสดใส เพราะมี “คู่รัก” เกิดใหม่อีกคู่ คู่รักที่เริ่มจากความเป็นเพื่อน ก่อนจะพัฒนาเป็นอื่น ไม่มีใครล่วงรู้อนาคต แต่ฉันก็ตั้งใจว่าจะทะนุถนอมความสัมพันธ์ทั้งในกลุ่มเพื่อน และกับคนที่รักให้ยั่งยืนที่สุด เพราะการที่เราจะรักใคร แล้วอีกฝ่ายใจตรงกัน มันเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ




 

 (จบบริบูรณ์)