รู้หัวใจ ในวันที่สายเกิน ตอนที่ 1

Last updated: Apr 1, 2016  |  2283 Views  |  Blog

รู้หัวใจ ในวันที่สายเกิน ตอนที่ 1

มีสุภาษิตไทยประโยคหนึ่งที่กล่าวว่า “ไก่ได้พลอย” ซึ่งหมายถึง คนที่ได้สิ่งที่มีค่ามา แต่กลับไม่รู้คุณค่า ตัวฉันเองก็เป็นเช่นนั้น และกว่าจะรู้ว่า สิ่งที่อยู่ในมือ เป็นอัญมณี ไม่ใช่เพียงก้อนกรวด ก็ในวันที่ต้องสูญเสีย “เขา” ไปตลอดกาล เรื่องราวของฉันเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ฉันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก เมื่อต้องเลือกชมรม ฉันจึงเลือกชมรมแนวทำประโยชน์ให้สังคม นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกับเขา

ภาพของผู้ชายในเสื้อชอปของคณะวิศวะยังติดตาถึงทุกวันนี้ เขานั่งอยู่ที่เก้าอี้หินอ่อนหน้าห้องชมรม กำลังเคร่งเครียดกับวิชาอะไรสักอย่างอยู่ เมื่อเห็นฉัน ซึ่งเป็นเด็กปี 1 สมาชิกใหม่ของชมรมก็เพียงแต่กล่าวทักทายเล็กน้อย จนฉันแอบนึกในใจว่า ผู้ชายอะไร หยิ่งชะมัด ระหว่างฉันกับเขา เป็นเพียงพี่น้อง เพื่อนร่วมชมรมเดียวกันมาตลอด กระทั่งช่วงหนึ่ง ฉันติดทำรายงานที่ห้องคอมในมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องกลับดึกทุกคืน และมีพาหนะคู่ชีพเป็นเพียงจักรยาน นับเป็นจุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ของเรา

กลางดึกคืนหนึ่ง หลังจากเลิกทำรายงาน ฉันก็พบกับเขาโดยบังเอิญ เมื่อรู้ว่าฉันต้องปั่นจักรยานกลับหอเพียงคนเดียว เขาก็อาสาไปส่ง แน่นอนฉันไม่ปฏิเสธ เพราะการมีใครขี่รถตามไปส่ง ย่อมปลอดภัยกว่า ระหว่างทางเขาถามไถ่สาเหตุที่ฉันต้องกลับดึก และสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคือ เขาจะมารอส่งฉันทุกคืน หากไม่ติดอะไร ซึ่งหลังจากนั้น เขาก็ทำอย่างที่พูดจริง อย่างไรก็ตาม ฉันไม่ได้คิดหรอกว่าเขาคิดอะไรกับฉัน เนื่องจากบุคลิกที่เป็นคนนิ่ง พูดตรง แต่พูดน้อย และไม่มีอะไรเป็นโมเม้นหวานซึ้งระหว่างเราเลย

เราสองคนสนิทกันมากขึ้น ฉันชอบนิสัยที่ค่อนข้างเป็นสุภาพบุรุษของเขา ในขณะที่เขาเองก็ชอบนิสัยที่เรียบง่ายของฉัน (ไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว ไม่ชอบชอปปิ้ง) จากความเป็นเพื่อนร่วมชมรม เขาจึงขยับฐานะขึ้นมาเป็น “พี่ชาย” เราเปิดเผยชีวิตต่อกันมากขึ้น เขาเป็นคนใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ดูแลเทคแคร์ดี โดยไม่ต้องมีคำพูดอวดตัว เขาทำให้เห็นมากกว่าแค่พูด จนคนรอบข้างเริ่มสงสัยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนเป็นเพียงพี่น้องจริงหรือ?

ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเขาอยู่บนความผูกพันมาตลอดระยะเวลา 4 ปี กระทั่งฉันเรียนจบ และได้งานทำในบริษัทแห่งหนึ่งในชลบุรี เย็นวันหนึ่ง เขาโทรมาหาฉัน ขอนัดไปทานข้าวหลังเลิกงาน ซึ่งฉันก็ตอบตกลง ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเราทานข้าวด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้ว ทว่า...วันนั้นไม่เหมือนเดิม เขามองดูฉันทานข้าวโดยไม่พูดอะไรอยู่นาน แต่จากที่สนิทกันฉันรู้ว่าเขามีเรื่องในใจแน่นอน และฉันก็ตัดสินใจถาม

เขา....สารภาพรัก

ฉันควรจะดีใจ แต่เปล่า ฉันตกใจ และอีกใจหนึ่ง คล้ายกับจะรู้อยู่แล้ว และฉันตอบปฏิเสธ ไม่ใช่เขาไม่ดี แต่ฉันเข้าใจว่าระหว่างเราเป็นความผูกพัน ไม่ใช่ความรัก เขาเสียใจมาก แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ โทรมาคุยด้วย ขอโอกาสอยู่หลายวัน จนท้ายที่สุด ฉันก็ยอมตกลงคบหากับเขา ในฐานะคนรัก

เรื่องควรจะจบแบบ Happy Ending แต่เปล่าเลย มันเพิ่งจะเริ่มขึ้นต่างหาก....


อ.คิม
เพราะชีวิตคุณต้องการคำแนะนำ


LINE ID: kimnk
www.ajkim.net