“Friendship เพื่อนรัก...รักเพื่อน” ตอนที่ 1

Last updated: May 7, 2016  |  1961 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

“Friendship เพื่อนรัก...รักเพื่อน” ตอนที่ 1

“เพื่อน” คืออีกหนึ่งรูปแบบความสัมพันธ์ ที่เปลี่ยนคนแปลกหน้า ให้กลายเป็นคนใกล้ชิด ในชีวิตเราแต่ละคน มีเพื่อนหลายรูปแบบ ทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว รวมถึงเพื่อนแท้ที่เราสามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงได้โดยที่อีกฝ่ายก็เข้าใจในความเป็นเรา แน่นอนสิ่งที่เพื่อนมีให้แก่กันคือ “มิตรภาพ”

 

 

แต่ถ้าวันหนึ่ง ความใกล้ชิด สนิทสนม ได้แปรเปลี่ยนคำว่ามิตรภาพให้กลายเป็น “ความรัก” ล่ะ

 

คุณจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปอย่างไร แอบรักต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นเพื่อน? หรือพยายามเปลี่ยนเพื่อนให้เป็นคนรัก?



เรื่องราวที่ฉันนำมาแบ่งปันกับนักอ่านทุกท่าน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง โดยทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน ฉันได้รู้จักกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ขอสมมติว่าชื่อพี่อาย พี่อายอายุมากกว่าฉันหลายปี แต่นิสัยตรงไปตรงมา ไม่หยุมหยิมเรื่องเยอะเหมือนผู้หญิงหลายคนที่เคยรู้จัก ลองจินตนาการภาพสาวร่างท้วม (พี่อายเกลียดคำว่าอ้วนจับใจ มันหยาบคายสำหรับเธอ) ผิวขาว หน้าตาออกหมวยๆ เสียงดัง ท่าทางมั่นใจ นั่นล่ะค่ะพี่อาย

 

 

ฉันค่อนข้างสบายใจที่ได้อยู่ใกล้พี่อาย มีโอกาสปรึกษาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว จนมิตรภาพระหว่างเราเบ่งบานเกินความเป็นเพื่อนร่วมงาน หมายถึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกันนะคะ อย่าได้ตีความเป็นอื่น

 



สำหรับตัวพี่อายเอง ก่อนจะมาสนิทกับฉัน ก็มี “แก๊ง” ของตัวเองอยู่ ซึ่งนอกจากพี่อายแล้ว ก็มีสมาชิกอีกสองคนคือ พี่ซัน ทนายความอิสระ และ พี่เป้ คุณครูสอนการเกษตรให้กับนักเรียนชั้นประถม เหตุที่ทั้งสามคนสนิทกันก็เพราะเคยอยู่ชมรมเดียวกันในมหาวิทยาลัย โดยพี่ซันและพี่เป้ก็ให้การต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างฉันเป็นอย่างดี เราทุกคนยกให้พี่อายเป็น “เจ๊ใหญ่” ของกลุ่ม ช่วงนั้นฉันค่อนข้างตื่นเต้นกับกลุ่มเพื่อน เพราะโดยพื้นฐาน ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทมากนัก เพื่อนที่เคยสนิท กินเที่ยวด้วยกัน ก็ย้ายไปทำงานต่างจังหวัด การเข้ามาของแก๊งพี่อาย จึงทำให้ชีวิตของฉันมีสีสันมากขึ้น

 



ช่วงหนึ่งฉันถูกปัญหาชีวิตรุมเร้า เพราะแม่เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยโรคมะเร็งปอด นอกจากต้องจัดการเรื่องศพแม่แล้ว ฉันแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะเสียใจ เพราะญาติๆ พยายามเข้ามาถามไถ่เรื่องมรดก ใช้คำว่ามรดกอาจจะฟังดูเหมือนร่ำรวย แต่จริงๆ ก็คือบ้านหนึ่งหลังที่ตากับยายทิ้งไว้ให้ และฉันตัดสินใจจะขายมันทิ้ง เพราะมันเป็นบ้านที่มากด้วยความทรงจำ จนฉันไม่อาจเก็บไว้ได้ ฉันต้องดีลกับทางธนาคาร และต้องขึ้นศาล สำหรับคนธรรมดาที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับข้อกฎหมายและการขึ้นโรงขึ้นศาล นับเป็นความเครียดอย่างมหาศาล ซึ่งเพื่อนในแก๊งก็สัมผัสได้ และคนที่เสนอตัวเข้ามาช่วยฉันอย่างเป็นทางการก็คือ พี่ซัน

 



พี่ซันเป็นทนายความที่เวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อน แทบไม่มีบุคลิกของความจริงจังเลย พี่อายยังแซวบ่อยๆ ว่าเวลาไปว่าความคือแอบไปจีบลูกความสาวๆ หรือเปล่า พี่ซันติดนิสัยขี้เล่น กวนอวัยวะส่วนล่าง พูดมาก ปากเสีย แต่เมื่อถึงคราวที่ฉันเดือดร้อน พี่ซันก็ยื่นมือเข้ามาช่วย ให้คำปรึกษาเรื่องการขึ้นศาล การเตรียมข้อมูล เอกสารหลักฐานต่างๆ ด้วยบุคลิกที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อฉันคิดจะใจอ่อนปล่อยเรื่องบ้านและมรดกให้กับญาติๆ บ้าง พี่ซันก็ดุ และพยายามให้ฉันรักษาผลประโยชน์ของตัวเองให้ดีที่สุด

 

 

ในวันที่ฉันต้องไปขึ้นศาล พี่ซันติดงาน แต่แอบบ่นมาตามสายว่า ถ้าไม่ติดงานจะตามมาที่ศาลด้วย การจัดการเรื่องบ้านและมรดกจบลงด้วยดี เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และตัวฉันเองก็ได้รับประโยชน์แบบพอเหมาะพอควร เรียกว่าต้องยกความดีความชอบให้พี่ซันด้วยส่วนหนึ่ง นับตั้งแต่เหตุการณ์นั้นมา ฉันก็พบว่า ในความเป็นเพื่อนระหว่างฉันกับพี่ซัน ถูกแทรกแซงด้วยความรู้สึกบางอย่าง!!!

 

(จบตอนที่ 1) ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆนี้

อ.คิม

เพราะชีวิตคุณต้องการคำแนะนำ